หัวพอตนิโคตินมีหลายระดับความเข้มข้น โดยตัวเลข 3% และ 5% ที่พบบนฉลากโดยทั่วไปใช้บอกความเข้มข้นของนิโคตินในน้ำยาพอต แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อใช้หัวพอต 5% แล้วร่างกายจะได้รับนิโคตินมากกว่าหัวพอต 3% เป็นสัดส่วนเดียวกันทุกครั้ง เพราะปริมาณที่ได้รับจริงยังขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ ปริมาณไอ วิธีสูบ และความถี่ในการใช้งานด้วย
หากเปรียบเทียบเฉพาะน้ำยาที่ใช้หน่วยเปอร์เซ็นต์ในลักษณะเดียวกัน นิโคติน 5% มีความเข้มข้นสูงกว่า 3% จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกหัวพอต โดยเฉพาะผู้ที่กำลังเปรียบเทียบหัวพอต 3% กับหัวพอต 5% และไม่แน่ใจว่าตัวเลขเหล่านี้หมายถึงอะไร
ข้อควรรู้: นิโคตินเป็นสารที่ทำให้เกิดการพึ่งพาและเสพติดได้ การเลือกระดับที่สูงขึ้นจึงไม่ได้หมายความว่าดีกว่าหรือเหมาะสมกว่าสำหรับทุกคน
นิโคติน คืออะไร?

นิโคติน (Nicotine) คือสารที่พบตามธรรมชาติในพืชยาสูบ และเป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและทำให้เกิดการพึ่งพาหรือเสพติดได้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายสามารถส่งผลต่อระบบประสาท รวมถึงทำให้อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตเพิ่มขึ้นชั่วคราวได้
สำหรับบุหรี่ไฟฟ้า นิโคตินจะอยู่ในน้ำยาและถูกทำให้เป็นละอองเมื่ออุปกรณ์ทำงาน ดังนั้นตัวเลขระดับนิโคตินบนผลิตภัณฑ์จึงใช้ช่วยบอก ความเข้มข้นของนิโคตินในน้ำยา ไม่ใช่ตัวเลขที่บอกปริมาณนิโคตินที่ร่างกายจะดูดซึมได้ทั้งหมดจากการสูบหนึ่งครั้ง
น้ำยาที่ใช้กับอุปกรณ์พอตอาจมีการระบุความเข้มข้นเป็นเปอร์เซ็นต์ (%) หรือหน่วย mg/mL จึงควรดูหน่วยบนฉลากให้ชัดก่อนนำผลิตภัณฑ์ต่างชนิดมาเปรียบเทียบกัน
นิโคติน 3% กับ 5% หมายถึงอะไร?
หากผู้ผลิตใช้การระบุเปอร์เซ็นต์ในรูปแบบมาตรฐานเดียวกัน ตัวเลข 3% และ 5% หมายถึงระดับความเข้มข้นของนิโคตินในน้ำยา
ถ้าเทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ จะประมาณนี้
| ระดับที่ระบุ | ความเข้มข้นโดยประมาณ |
|---|---|
| นิโคติน 3% | 30 mg/mL |
| นิโคติน 5% | 50 mg/mL |
พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้ามีน้ำยาในปริมาณเท่ากัน นิโคติน 5% จะมีความเข้มข้นมากกว่า 3%
แต่มีจุดหนึ่งที่หลายคนชอบเข้าใจผิด คือ ตัวเลข 3% หรือ 5% ไม่ได้แปลว่าร่างกายเราจะได้รับนิโคตินตามตัวเลขนั้นตรง ๆ ทุกครั้งที่สูบ เพราะยังมีทั้งเรื่องของตัวเครื่อง ปริมาณไอ วิธีสูบ และความถี่ในการใช้งานเข้ามาเกี่ยวด้วย
หัวพอตนิโคติน 3% กับ 5% ต่างกันอย่างไร?
ถ้าถามแบบสั้นที่สุด ความต่างหลักก็คือ ความเข้มข้นของนิโคติน
หัวพอตนิโคติน 5% มีความเข้มข้นสูงกว่า 3% เมื่อเปรียบเทียบด้วยมาตรฐานเดียวกัน แต่เวลาใช้งานจริง ความรู้สึกที่ได้อาจไม่ได้ต่างกันตามตัวเลขแบบตรง ๆ เสมอไป
เพราะนอกจากเปอร์เซ็นต์นิโคตินแล้ว ยังมีเรื่องสูตรน้ำยา ประเภทนิโคติน ตัวเครื่อง กำลังไฟ และวิธีสูบเข้ามาเกี่ยวด้วย
| ระดับที่ระบุ | หัวพอต 3% | หัวพอต 5% |
|---|---|---|
| ความเข้มข้นโดยประมาณ | 30 mg/mL | 50 mg/mL |
| นิโคตินในน้ำยาปริมาตรเท่ากัน | น้อยกว่า | มากกว่า |
| โอกาสได้รับนิโคตินมากภายใต้การใช้งานใกล้เคียงกัน | ต่ำกว่า | สูงกว่า |
| บอกปริมาณที่ร่างกายดูดซึมได้ตรง ๆ หรือไม่ | ไม่ได้ | ไม่ได้ |
ถ้าจะเทียบว่า 3% หรือ 5% อันไหนแรงกว่า คำตอบคือ 5% เข้มข้นกว่า แต่ถ้าถามว่ารู้สึกแรงกว่ากันแค่ไหน อันนี้ตอบจากตัวเลขอย่างเดียวไม่ได้
หัวพอต 3% เป็นแบบไหน?
หัวพอต 3% โดยทั่วไปก็คือหัวพอตที่มีน้ำยานิโคตินความเข้มข้นประมาณ 3% หรือประมาณ 30 mg/mL ถ้าใช้วิธีระบุแบบเดียวกัน
เมื่อเทียบกับหัวพอต 5% ก็ถือว่ามีความเข้มข้นต่ำกว่า
แต่ไม่ได้หมายความว่าคนใช้หัวพอต 3% จะได้รับนิโคตินน้อยกว่าคนใช้ 5% ทุกกรณี เพราะถ้าสูบถี่กว่า สูบนานกว่า หรือใช้อุปกรณ์ที่สร้างไอได้มากกว่า ปริมาณที่ได้รับจริงก็อาจเปลี่ยนไปได้
เพราะฉะนั้นเวลาจะดูว่า “แรงไหม” อย่าดูแค่เปอร์เซ็นต์อย่างเดียว
หัวพอต 5% เป็นแบบไหน?
ส่วน หัวพอต 5% โดยทั่วไปจะมีนิโคตินอยู่ประมาณ 50 mg/mL เมื่อใช้มาตรฐานการระบุแบบเดียวกัน
ถ้าเทียบน้ำยาในปริมาณเท่ากัน ก็จะมีนิโคตินมากกว่าหัวพอต 3%
ตรงนี้เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาจะใช้หัวพอตที่มีความเข้มข้นสูงขึ้น ควรดูปริมาณและความถี่ในการใช้งานของตัวเองด้วย ไม่ใช่ดูแค่ว่าเลขสูงแล้วต้องดีกว่า
ถ้าหลังใช้มีอาการอย่างเวียนหัว คลื่นไส้ ปวดหัว ใจสั่น หรือรู้สึกไม่สบาย ควรหยุดใช้ก่อน และถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรงควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
นิโคติน 3% กับ 5% ต่างกันกี่เท่า?
ถ้าเทียบกันเฉพาะความเข้มข้นของนิโคติน
- 3% ≈ 30 mg/mL
- 5% ≈ 50 mg/mL
ดังนั้น นิโคติน 5% จะเข้มข้นประมาณ 1.67 เท่าของ 3% หรือถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็คือสูงกว่าประมาณ 66.7%
แต่ตรงนี้ต้องแยกให้ออกว่าเรากำลังพูดถึง “ความเข้มข้นในน้ำยา” ไม่ใช่ปริมาณนิโคตินที่ร่างกายจะได้รับจริง
เพราะถึงหัวพอต 5% จะเข้มข้นกว่า 1.67 เท่า ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งที่สูบ ร่างกายจะได้รับนิโคตินมากกว่า 1.67 เท่าแบบเป๊ะ ๆ
นิโคติน 3% กับ 5% เลือกแบบไหนดี?
จริง ๆ แล้วไม่มีคำตอบเดียวว่า 3% หรือ 5% แบบไหน “ดีที่สุด” เพราะเปอร์เซ็นต์นิโคตินไม่ได้เป็นตัวบอกคุณภาพของหัวพอต
สิ่งที่ควรดูมากกว่าคือ ผลิตภัณฑ์นั้นระบุนิโคตินไว้เท่าไร ใช้นิโคตินรูปแบบไหน ใช้กับอุปกรณ์แบบไหน และเรามีพฤติกรรมการใช้งานแบบไหน
ก่อนเปรียบเทียบ ลองดูหลัก ๆ 5 อย่างนี้
- ระดับนิโคตินบนฉลาก
- ระบุเป็น % หรือ mg/mL
- ประเภทของนิโคตินที่ใช้
- ตัวเครื่องและกำลังที่ใช้
- ปริมาณและความถี่ในการสูบ
และถ้าเดิมไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินอยู่แล้ว ก็ไม่ควรเริ่มเพียงเพราะเห็นว่าระดับหนึ่ง “น่าจะเบากว่า” เพราะนิโคตินยังเป็นสารที่ทำให้เกิดการพึ่งพาและเสพติดได้
ทำไมสูบหัวพอตเปอร์เซ็นต์เท่ากัน แต่ความรู้สึกไม่เหมือนกัน?

อันนี้เป็นคำถามที่เจอบ่อยมาก เพราะบางคนลองหัวพอต 3% สองรุ่นแล้วกลับรู้สึกว่าความแรงไม่เหมือนกันเลย
สาเหตุก็คือ เปอร์เซ็นต์นิโคตินเป็นแค่หนึ่งในหลายปัจจัย
สิ่งที่ทำให้ความรู้สึกตอนสูบต่างกันได้ เช่น
- สูตรของน้ำยา
- รูปแบบของนิโคติน
- ค่า Resistance ของ Coil
- กำลังไฟของเครื่อง
- Airflow
- ปริมาณไอที่ออกมาต่อคำ
- ระยะเวลาที่สูบแต่ละคำ
- ความถี่ในการสูบ
เพราะฉะนั้น ถ้าหัวพอตสองตัวเขียนว่า 3% เท่ากัน แต่ตัวหนึ่งรู้สึกแรงกว่า ก็ไม่ได้แปลว่าฉลากผิดเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะระบบของอุปกรณ์และสูตรน้ำยาต่างกัน
เปอร์เซ็นต์นิโคตินยิ่งสูงยิ่งดีจริงไหม?
ไม่จริง
เปอร์เซ็นต์นิโคตินไม่ได้เป็นคะแนนคุณภาพของหัวพอต
หัวพอต 5% ไม่ได้ดีกว่าหัวพอต 3% เพียงเพราะตัวเลขสูงกว่า และ 3% ก็ไม่ได้แปลว่าด้อยกว่า
ตัวเลขนี้แค่บอกว่าในน้ำยามีความเข้มข้นของนิโคตินประมาณเท่าไรเท่านั้น
ยิ่งความเข้มข้นสูง หากใช้ในปริมาณมากหรือสูบถี่ ก็ยิ่งมีโอกาสได้รับนิโคตินมากขึ้น เพราะฉะนั้นควรดูความเหมาะสมมากกว่าดูว่าเลขไหนสูงกว่า
ก่อนเลือกหัวพอตนิโคตินควรดูอะไรบ้าง?
ถ้ากำลังจะเลือก หัวพอตนิโคติน อย่าดูแค่คำว่า 3% หรือ 5%
ลองเช็กข้อมูลพวกนี้ด้วย
- ระดับนิโคตินที่ระบุไว้
- หน่วยเป็น % หรือ mg/mL
- รุ่นหัวพอตรองรับกับ Device หรือไม่
- ข้อมูลจากผู้ผลิต
- ฉลากและบรรจุภัณฑ์
- แหล่งที่มาของสินค้า
โดยเฉพาะเวลาเปรียบเทียบหัวพอตหลายรุ่น ควรเทียบสินค้าที่ใช้หน่วยเดียวกันก่อน เพราะถ้ารุ่นหนึ่งเขียนเป็นเปอร์เซ็นต์ แต่อีกรุ่นเขียนเป็น mg/mL แล้วเอาตัวเลขมาเทียบกันตรง ๆ อาจทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย
สรุป หัวพอตนิโคติน 3% กับ 5% ต่างกันตรงไหน?
ถ้าสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุด หัวพอตนิโคติน 3% กับ 5% ต่างกันหลัก ๆ ที่ความเข้มข้นของนิโคติน
ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกัน
- 3% ≈ 30 mg/mL
- 5% ≈ 50 mg/mL
ดังนั้น 5% จะมีความเข้มข้นมากกว่าประมาณ 1.67 เท่า
แต่เวลาใช้งานจริง อย่าเพิ่งตัดสินจากตัวเลขอย่างเดียว เพราะความรู้สึกและปริมาณนิโคตินที่ร่างกายได้รับยังขึ้นอยู่กับตัวเครื่อง สูตรน้ำยา และพฤติกรรมการสูบด้วย
ถ้าจะเปรียบเทียบให้แม่นที่สุด ให้ดูทั้งเปอร์เซ็นต์ หน่วยที่ใช้ รุ่นของหัวพอต และข้อมูลจากผู้ผลิตควบคู่กันไป
เมื่อเข้าใจความแตกต่างของ หัวพอตนิโคติน 3% และ 5% แล้ว เวลาจะเลือกหัวพอตก็อย่าดูแค่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์อย่างเดียว ควรเช็กทั้งรุ่นของหัวพอต ความเข้ากันได้กับตัวเครื่อง รวมถึงระดับนิโคตินที่ระบุไว้บนผลิตภัณฑ์ด้วย
ที่ Pod Multives มีหัวพอตให้เลือกหลากหลายแบรนด์และหลายรุ่น เช่น INFY, Marbo Zero, RELX, Next Pro และ Jues Plus สามารถเลือกให้ตรงกับตัวเครื่องที่ใช้อยู่ พร้อมดูรายละเอียดของแต่ละรุ่นก่อนตัดสินใจได้
ก่อนเลือกซื้อ แนะนำให้เช็กก่อนว่า หัวพอตรองรับกับ Device รุ่นที่ใช้อยู่หรือไม่ รวมถึงดูระดับนิโคตินบนฉลากให้ชัดว่าเป็น 3%, 5% หรือระบุเป็น mg/mL เพราะแต่ละรุ่นอาจใช้ระดับและรูปแบบการระบุที่ต่างกัน การเช็กข้อมูลให้ครบก่อนเลือกจะช่วยให้ได้หัวพอตที่ตรงกับอุปกรณ์และไม่สับสนเรื่องระดับนิโคตินภายหลัง



